Featured

10 สถานที่เที่ยวเวียดนาม

ทัวร์เวียดนาม
หนึ่งของอาณาจักรจำปา
ด้วยสถาปัตยกรรมโบราณ, วัฒนธรรมแบบดังเดิม รวมทั้งผลิตภัณฑ์ถักทอ ทำให้เมืองฮอยอันกลายเป็นสถานที่เที่ยวเวียดนามที่ได้รับความนิยมอันดับที่หนึ่งเลยหละขอรับ ที่สำคัญเมืองที่นี้มีขนาดเล็ก ทำให้นักเดินทางสามารถเดินดูได้ทั่วเมืองโดยไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยเป็นอย่างยิ่ง ฟุตบาทเล็กๆลมพัดเย็น ของเมืองโบราณที่นี้ ถูกรายล้อมไปด้วยสิ่งก่อสร้างดั้งเดิม ดุจเดิม
1) อ่าวฮาทดลอง (Ha Long Bay) – ท่องเที่ยวเวียดนาม
ฮาทดลองเบย์เป็นสถานที่เที่ยวเวียดนามที่ได้รับความนิยมชั้น 1 เลยก็ว่าได้ ด้วยน้ำสีเขียวมรกต บวกกับหินขนาดใหญ่ที่โผล่ขึ้นมาจากน้ำทะเลเหมือนกับมังกร ทำให้ทิวทัศน์ทัศนียภาพตรงนี้งดงามเช่นเดียวกันกับอยู่ในโลกแฟนตาซีอย่างยิ่งจริงๆ . . . ที่ Halong Bay ที่นี้ตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันออก 130 กิโลจากกรุงฮานอย เต็มไปด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยๆที่มีป่าดงปกคลุมกว่า 2,000 เกาะ ซึ่งเกาะกลุ่มนี้เต็มไปด้วย ถ้ำ แม่น้ำ สายธาร บางเกาะนั้นถูกกัดกร่อนจากอีกทั้งน้ำแล้วก็ลมทะเลมาเป็นพันๆปี กระทั่งเปลี่ยนมาเป็นเกาะทรงแปลกมองสวยสดงดงาม
2) เมืองฮานอย (Hanoi)
ในศตวรรตก่อนหน้านี้ กรุงฮานอยแปลงเป็นเมืองหลวงของเวียดนามที่มีความรุ่งเรืองขึ้นเป็นอย่างมาก ภายหลังการทำศึกเวียดนามจบลง . . . ในใจกึ่งกลางของเมืองมีสถานที่เที่ยวมากทั้งยังพิพิธภัณฑสถานด้านวัฒนธรรมของทวีปเอเชียแบบ outdoor รวมทั้งสถาปัตยกรรมของประเทศฝรั่งเศสที่ยังอยู่ในภาวะบริบูรณ์แม้ว่าจะผ่านการสู้รบเวียดมาและตาม นักเดินทางยังจะได้ช้อปปิ้งดูผลิตภัณฑ์ในตลาดที่ผู้คนคึกคกตลอดระยะเวลา , นั่งจิบกาแฟในร้านค้าสไตล์โบราณ แล้วก็ เยี่ยมชมสถานที่สำคัญอย่าง มหาโรงแสดงละครโอเปร่า, บ้านประธานาธิปดี และก็มหาวิหารเซ็นท์ โจเซฟ
3) เมืองฮอยอัน (Hoi An)
เมืองฮอยอันตั้งอยู่ตรงกลางด้านใต้ของประเทศเวียดนามแล้วก็มีเขตแดนชิดกับสมุทรจีนใต้ ซึ่งฮอยอันนั้นเป็นเมื่องโบราณที่ยังมีความงดงาม เช่นเดียวกันกับเมื่อ 2,000 ปีที่ผ่านมา ยุคที่ยังเป็นส่วน
4) เมืองเว้ (Hue)
ตั้งอยู่ที่ Bank ของแม่น้ำน้ำหอมในศูนย์กลางของประเทศเวียดนาม เมืองเว้นั่นเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักร Nguyen มาก่อน . . . ในตอนนี้หากว่า เว้ จะไม่เป็นเมืองหลวงก็ตาม แต่ว่าสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้างแล้วก็ร่องรอยทางด้านวัฒนธรรมยังคงสะท้อนถึงความโหฬารในสมัยก่อนของเมืองนี้
5) เมืองซาขว้าง (Sapa)
เมืองซาขว้างรายล้อมไปด้วยเทือกเขาสูง, ทุ่งนาข้าว, แล้วก็ความธรรมชาติ อยู่ทางทิศตะวันออกเชียงเหนือของประเทศเวียดนาม . . . ซาปานั้นเป็นเมืองที่สงบเงียบ หลายครั้งถูกใช้ให้เป็นฐานของกิจกรรมเดินป่าในเทือกเขา Hoang Lien Son , การดูไร่ข้าว และก็ เมืองดั้งเดิมทางด้านวัฒนธรรม
6) เมืองญาจาง (Nha Trang) – สถานที่เที่ยวเวียดนาม
เมืองญาจางตั้งอยู่ในจุดที่มีอ่าวที่งามที่สุดของทวีปเอเชีย เรียบหาดทรายของเวียดนามตอนใต้ ซึ่งญาจางนั้นได้รับความนิยมมากมายของนักเดินทางทำให้มี รีสอร์ทชายหาดขึ้นเรียงรายกันตามริมทะเล เว้นแต่ริมทะเลจะสวยสดงดงามแล้ว ยังมีเกาะ, เทือกเขา แล้วก็ชายหาดหลายแห่งที่สวยมากมายอีกด้วย จนกระทั่งทำให้ตรงนี้แปลงเป็นสถานที่สำหรับท่องเที่ยวทางทะเลที่สำคัญมากของทวีปเอเชียทิศตะวันออกเชียงใต้ นอกเหนือจากนั้นตรงนี้ยังมีสวนสนุกและก็สวนน้ำให้บริการนักท่องเที่
7) ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง (Mekong Delta)
ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง มีชีวิตชีวาของผลหมากรากไม้ ผลิตภัณฑ์อีกทั้งสดและไม่สด รวมถึงบรรยากาศของชาติบ้านเมืองแบบสมัยก่อน ซึ่งลำดับที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโข่งที่นี้เป็นศูนย์กลางทางการเกษตรที่สำคัญที่สุดของเวียดนามเลย ด้วยเหตุว่าการกสิกรรมตรงนี้ปลูกพืชได้ประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งกว่าที่อื่นๆมากมาย
8) เมืองโฮจิมินห์ (Ho Chi Minh City)
เมืองโฮจิมินห์ตั้งอยู่เรียบไปกับแม่น้ำแม่โขงทางตอนใต้ของเวียดนาม เมืองที่นี้นั้นรู้จักกันอย่างดีเยี่ยมในชื่อ ไซ้ง่อน (Saigon) แล้วก็ถูกใช้เป็นเมืองหลวงของดินแดนทางตอนใต้ของประเทศเวียดนามในตอนการทำศึกเวียดนาม ซึ่งเมืองโฮจิมินห์ที่นี้เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเวียดนามแล้วก็ยังก้าวหน้าเป็นชั้น 1 ของประเทศเท่ากับเมืองหลวงฮานอยอย่างยิ่งจริงๆ
9) วังหมีเซิน (My Son)
วังที่นี้อยู่ทางตอนใต้ของเขตสมุทรของประเทศเวียดนามใกล้กับหมู่บ้าน Duy Phu ซึ่งสำคัญมากทางโบราณคดีวิทยา หมู่บ้านนี้รู้จักกันในชื่อ My Son (ไม่ใช่มายซัน ลูกชายนะ / อ่านว่าหมีเซิน) ซึ่งสถานที่ที่นี้เป็นสถานที่ที่สำคัญมากทางโบราณคดีวิทยาที่สะดุดตาเป็นลำดับต้นๆของทวีปเอเชียทิศตะวันออกเชียงใต้
10) เมืองดุด่าลัด (Dalat)เมืองแก้วมีสภาพภูมิอากาศที่เย็นชื่นบานเกือบตลอดทั้งปี แถมด้วยภาวะทำเลที่ตั้งที่สวย ต้นไม้ดอกไม้นานาสีสัน ซึ่งนั่นเองก็เป็นเหตุผลว่าเพราะอะไร แก้วเคยถูกใช้โดยจักรพัตราธิราชที่เวียดนามและก็ชาวประเทศฝรั่งเศสสำหรับใช้เป็นที่พักร้อนพักผ่อน
Featured

10 สิ่งที่จะต้องทราบและก็ควรจะทำเมื่อท่องเที่ยวในประเทศพม่า

ทัวร์พม่า
1. จัดเวลามากยิ่งกว่า 1 อาทิตย์สำหรับการท่องเที่ยวท่องเที่ยวดู
การเที่ยวประเทศพม่าจำเป็นต้องใช้เวลามากยิ่งกว่า 1 อาทิตย์ ด้วยการเดินทางที่ยังไม่สบายนักแล้วก็ทางที่ยาวไกล 1 อาทิตย์ดูเหมือนจะเร่งรีบเกินความจำเป็นรวมทั้งยังท่องเที่ยวได้ไม่ทั่ว ถ้าเกิดคุณมีเวลา 2 หรือ 4 อาทิตย์ให้คิดแผนทางท่องเที่ยวบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวหลัก 4 ที่ โดยการบินไปลงเมืองใหญ่สักที่และก็บินกลับจากอีกเมืองหนึ่ง
2. สัมผัสประวัติศาสตร์ พร้อมๆกับชอปแล้วก็รับประทานให้กระจัดกระจายในปิ้งกุ้ง
ปิ้งกุ้ง เป็นเมืองขนาดกระชับที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา มีสถาปัตยกรรมจากสมัยอาณานิคมกระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกมุมเมืองเชื้อเชิญให้คนึงถึงอดีตกาลที่ประเทศนี้อยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ ตอนที่มหาเจดีย์ชเวดากองก็ส่องประกายสีทองคำงามเป็นเครื่องหมายของศาสนาพุทธอันเจริญ ตรงนี้ชุมชนคนจีน เนปาล รวมทั้งประเทศอินเดียตั้งอยู่ข้างเคียงชุมชนชาวประเทศพม่า ที่พักราคาเริ่มที่ 3,xxx บาท
3. หลงทางในวัดที่พูกาม
ประเทศพม่า ดินแดนลึกลับเหนือยุคสมัยนี้เป็นที่ตั้งของสงฆ์กว่า 2,000 แห่งที่ผลิตขึ้นตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 9 ตั้งแต่วัดขนาดใหญ่ที่สง่างดงาม ไปจนกระทั่งวัดเล็กๆที่สร้างละเอียดลออบรรจง ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็จะรู้สึกเสมือนกำลังเดินทางย้อนเวลา ตรงนี้ใช้การเดินทางด้วยรถม้าเป็นหลัก (โดยประมาณ 600 บาทต่อวัน) แต่ว่าการขี่จักรยาน (ราวๆ 90 บาทต่อวัน) เป็นแนวทางเดินทางที่ยอดเยี่ยมสำหรับในการท่องเที่ยวแบบเต็มวันและก็ปฏิบัติตนกลมกลืนไปกับผู้คนนับร้อย ที่พักในพูกาม ราคาเริ่มที่ 5xx บาท
4. ศึกษาค้นพบความสงบเงียบและก็จารีตเริ่มแรกที่ทะเลสาบอินเล
ทะเลสาบอินเล (ใหญ่เป็นชั้นสองของประเทศพม่า) เป็นราวกับกระจกสีน้ำเงินสะท้อนภาพอันงามของหมู่บ้านเล็กๆเขื่อนที่สร้างด้วยมือแล้วก็ลำคลองที่ใช้คนขุด ตรงนี้ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมดั้งเดิม (แล้วก็ชาวตังเกที่พายเรือด้วยเท้าด้านเดียว) บรรยากาศสงบเงียบ และก็การค้าขายแบบเริ่มแรก ทั้งยังมีตลาดผลไม้ อุตสาหกรรมสิ่งทอ และก็สวนองุ่นที่อยู่ไม่ไกล ถ้าหากต้องการดูทะเลสาบแบบเงียบสงบไม่ต้องฝ่าผู้คนพวกเราขอเสนอแนะให้รีบไปแต่เช้า
5. ลิ้มรสของอร่อย และก็หัวเราะร่า ขณะท่องไปในเมืองมัณฑะเลย์อันงาม
มัณฑะเลย์ เป็นเมืองที่มีกิจกรรมอันนานาประการให้ทำจนกระทั่งล้นเหลือ ไม่ว่าจะเป็นการดูทิวทัศน์เมืองจากยอดดอยมัณฑะเลย์ ภายหลังที่เร่ร่อนทัวร์ไปในราชวัง เจดีย์ แล้วก็หนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก ลิ้มรสของกินใหม่ๆจากร้านค้าเคลื่อนที่สองข้างทางซึ่งมีเยอะแยะมากซะจนน่าทึ่งที่กระจายตัวอยู่ทั้งเมือง รวมทั้งหัวเราะให้กึกก้องกับญาติหนวดนักเล่นตลกการบ้านการเมืองที่จัดแจงแสดงขำขันแต่ละวันในบ้านของครอบครัว ตั๋วเรือบินไปมัณฑะเลย์ ราคาเริ่มที่ 3,xxx บาท
6. ไปเดินป่าหลายๆวัน รวมทั้งนั่งรถไฟผ่านสะพานที่สูงที่สุด
ถ้าเกิดการเดินป่าแบบสามวันจากสีป้อไปลาชิวยังตื่นเต้นน้อยเกินไป ให้เพิ่มรายการนั่งรถไฟสายที่สร้างโดยอังกฤษผ่านสะพานรถไฟก๊อกน้ำเต๊กซึ่งเป็นสะพานรถไฟที่สูงที่สุดในเมียนมาร์ รถไฟสายที่จะทำให้ท่านใจเต้นระทึกนี้ผ่านเมืองพินอูลวินซึ่งเป็นเมืองอาณานิคมเก่า เมื่อรถไฟไปถึงสะพานแล้ว อย่าลืมมองดูลงมาให้ได้ เนื่องจากความสูงที่น่าหวาดเสียวจะมีผลให้คุณลืมไม่ลงไปอย่างยิ่งจริงๆ
7. ลงใต้ไปเยี่ยมเกาะสรวงสวรรค์ หมู่เกาะมะริด ประเทศพม่า
เนื่องจากว่าเขตด้านเหนือหลายเมืองยังไม่เปิดให้นักเดินทางเดินทางเข้าไปได้ ทางด้านใตนก็เลยเป็นที่ๆเข้าถึงได้ง่ายดายยิ่งกว่าเนื่องจากได้เปิดให้ท่องเที่ยวดูได้มากกว่า 1 ปีแล้ว มะละแหม่งแล้วก็ทวายเป็นทางที่ไม่มีอะไรเทียบเคียงได้แล้วก็ให้บรรยากาศเขตแดนสุดๆซึ่งจะนำคุณไปยังเมืองมะริดอันน่าพิศวง เมืองนี้เองเป็นประตูสู่หมู่เกาะมะริดที่สวยงามไม่น่าเชื่อโดยคุณสามารถคิดแผนล่วงหน้าเพื่อจองทัวร์ล่องเรือแล้วก็ทัวร์แบบพักแรมหลายๆที่พักในเมืองมะริด ราคาเริ่มที่ 5xx บาท
8. เลือกว่าจะไปตอนไหนดี
คุณมีสองหนทางเป็น ฤดูท่องเที่ยวในต.ค.ถึงเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งอากาศกำลังสบายแม้กระนั้นมีนักท่องเที่ยวล้นหลามและก็ตัวเลือกที่พักก็เหลือน้อย หรือจะไประหว่างก.พ./เดือนมีนาคม ถึง เดือนพฤษภาคมซึ่งเป็นตอนๆที่นักเดินทางน้อยกว่าแม้กระนั้นอากาศก็ร้อนอย่างมาก ทดลองเลือกแบบที่ใช่กันเลย!
9. ดอลล่าร์แบงค์ใหม่ๆสำหรับจ่ายโฮเต็ล อื่นๆจ่ายด้วยเงินจ๊าด
ในเมียนมาร์คุณจำต้องใช้เงินดอลล่าร์แบงค์ใหม่ๆซึ่งหาได้จากแหล่งเปลี่ยนเงินใกล้บ้าน หรือในกรุงเทพมหานคร แล้วนำดอลล่าร์ไปแลกเงินจ๊าดถึงที่กะไว้ท่าอากาศยาน เกสท์เฮ้าส์ หรือแบงค์ในประเทศพม่า เงินดอลล่าร์ใช้สำหรับจ่ายค่าที่พัก ส่วนเงินจ๊าดใช้จ่ายเงินค่าอื่นๆตามทาง ยกตัวอย่างเช่น ของกิน ค่าใช้จ่ายสำหรับเดินทาง แล้วก็ของฝาก ในเมียนมาร์มีตู้เครื่องรับฝากถอนเงินอัตโนมัติเฉพาะในเมืองใหญ่
10. ร้องฆ่าเวลาขณะเดินทาง รถไฟในเมียนมาร์
รักจะท่องเที่ยวประเทศพม่าจำเป็นต้องศึกษาที่จะสนุกสนานไปกับการเดินทางบนรถบัสอันนาน เนื่องจากว่าเป็นการขนส่งหลักที่ใช้เดินทางไปทั่วราชอาณาจักร รถบัสหลายคันจะออกช่วงบ่ายแก่ๆโดยคุณจะไปถึงที่หมายในช่วงเวลาค่ำ หรือรุ่งสว่างพรุ่งนี้ บนรถบัสชอบมีคาราโอเกะไว้บริการและก็บางคันก็เปิดคาราโอเกะตั้งแต่รถยนต์ออกไปจนกระทั่งจุดหมายอย่างยิ่งจริงๆ
Featured

สถานที่จะต้องท่องเที่ยวให้ได้ในประเทศเกาหลี

ทัวร์เกาหลี
โพชอน (Pocheon)
เรียกว่าโพชอนเป็นคู่แฝดกับพยองชางก็ได้ เนื่องจากเป็นเมืองที่อยู่ติดๆกันซึ่งมีช่องเขาล้นหลามซับซ้อนกว่า 70% ของพื้นที่อย่างยิ่งจริงๆ ซึ่งก็เป็นเมืองน่าทัวร์ในประเทศเกาหลีที่มีสกีรีสอร์ทมากมายก่ายกองเปิดให้บริการในตอนหิมะตก และก็ทิวทัศน์วิวที่งดงามอยู่แล้วของช่องเขารอบเมืองนี้ก็ยิ่งสวยสดงดงามเพิ่มขึ้นเมื่อถูกปลกหุ้มด้วยหิมะ แม้กระนั้นถ้าหากคุณต้องการเปลี่ยนบรรยากาศทัวร์ประเทศเกาหลีฤดูหนาวไปเป็นทัวร์ยุโรปฤดูหนาวล่ะก็ เพียงแค่มาทดลองท่องเที่ยวสวนสมุนไพรบนซอกเขาของเมืองมอง เนื่องจากบรรยากาศตึกแบบยุโรปของตรงนี้ทำให้สวนนี้ได้รับสมญานามอย่างงดงามว่า “เวเนเซียที่ประเทศเกาหลี” อย่างยิ่งจริงๆ
ยงอิน (Yongin)
ถ้าไม่ต้องการที่จะไปไหนไกลจากกรุงโซลนักล่ะก็ เมืองยงอินเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อยสำหรับเพื่อการเดินทางท่องเที่ยวดูหิมะในช่วงฤดูหนาว เพราะว่านอกเหนือจากตำแหน่งที่ตั้งงามๆของเนินสลับกับชาติบ้านเมืองที่เหลือล้นไปด้วยฟูหิมะแล้ว เมืองนี้ยังเป็นที่ตั้งของสวนสนุกเอเวอร์แลนด์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศเกาหลี แน่ๆว่าในตอนหน้าหนาวอย่างนี้คุณจำต้องไม่พลาดเข้าไปเล่นเครื่องเล่นที่มีเฉพาะตอนหิมะตกอย่างลานสกี ลานลากเลื่อนสไลด์เดอร์แบบน่ารักน่าเอ็นดูๆเสมือนย้อนวัยเด็ก (แม้กระนั้นคุมด้านยากใช่เล่น!) ในที่สุดและก็ในที่สุดก็อย่าลืมดูการแสดงอันหรูในตอนวันคริสต์มาสด้วย
อาซัน (Asan)
ถึงแม้อาซันจะเป็นเมืองเล็กๆทางด้านตะวันตกของประเทศเกาหลีใต้ ไม่ค่อยมีเทือกเขาหรือผื่นป่าเสมือนเมืองน่าท่องเที่ยวอื่นๆแม้กระนั้นอาซันเขามีของดีที่เมืองอื่นไม่มี โน่นเป็นบ่อน้ำพุร้อนที่ผุดขึ้นจากธรรมชาติ เมืองนี้ก็เลยแปลงเป็นเมืองที่บ่อน้ำพุร้อนแล้วก็สปาของประเทศเกาหลีที่จะพีคแบบสุดๆในตอนหน้าหนาว ด้วยอากาศที่หนาวเย็นแล้วก็มีหิมะตก แม้กระนั้นคุณก็จะได้เสื้อผ้าแล้วสัมผัสกับการแช่น้ำร้อนกว่า 40 องศาในพื้นที่ที่โล่งแจ้งที่มีหิมะตกลงมาบนหัวได้! ด้วยเหตุว่าสปารวมทั้งบ่อน้ำแร่จำนวนมากของตรงนี้เปิดเตียนโล่งรับอากาศข้างนอก บรรยากาศแบบฟินๆระหว่างหิมะและก็ละอองน้ำร้อนก็เลยเป็นจุดพีคสุดๆของเมืองนี้
ซกโช (Sokcho)
ซกโชเป็นอีกหนึ่งเมืองที่บางทีอาจไม่ค่อยชินหูเท่าไร แต่ว่าสถานที่เที่ยวในเมืองนี้กลับโด่งดังมากมาย เมื่อพวกเราเอ๋ยถึงอุทยานแห่งชาติโซรัคซาน เขตป่าทางธรรมชาติที่มีชื่อที่สุดแห่งหนึ่งกระทั่งเกือบทุกทัวร์ประเทศเกาหลีฤดูหนาวจำต้องพาลูกทัวร์แวะมาสรรเสริญความสวยของผื่นป่าแล้วก็ซอกเขาที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะอย่างงดงาม แต่ว่าสวนที่นี้มิได้มีเพียงแค่ทิวทัศน์งามๆตอนต่อไปหนาวเพียงแค่นั้น ในฤดูใบไม้เปลี่ยนสีในพฤศจิกายนก็งามไม่แพ้ใบไม้เปลี่ยนสีในประเทศญี่ปุ่นอย่างยิ่งจริงๆ จนกระทั่งโซรัคซานถูกเรียกอย่างไร้ข้อสงสัยว่า “สวิสเซอร์แลนด์ที่ประเทศเกาหลี”
โพฮัง (Pohang)
ถ้าคุณท่องเที่ยวประเทศเกาหลีใต้ในตอนปีใหม่พอดิบพอดี ต้องห้ามพลาดเทศกาลที่จัดขึ้นเพียงแต่ไม่กี่ชั่วโมงในวันเดียวแค่นั้นของเมืองโพฮัง โน่นเป็นเทศกาลดูดวงอาทิตย์แรกของปีใหม่ในประเทศประเทศเกาหลี ซึ่งเมืองโพฮังเป็นเมืองทางทิศตะวันออกที่มีแหลมยื่นออกไปทางทะเลเป็นจุดทิศตะวันออกสุดของประเทศ ชาวประเทศเกาหลีล้นหลามจะหลั่งไหลมาฉลองแสงอาทิตย์ของวันที่ 1 ม.ค.กันที่แหลมนี้ เป็นบรรยากาศที่เหน็บหนาวแล้วก็จะต้องรออย่างช้านานก่อนแสงสว่างแรกของปีใหม่จะสาดความอบอุ่นออกมาจากโพ้นเส้นขอบฟ้า